ยานอนหลับ 

อาการนอนไม่หลับ เป็นอาการที่หลายคนพบเจอ ทั้งที่เกิดจากความเครียดหรือาการนอนดึกเป็นกิจวัตร ซึ่งหลายคนก็ได้หันมาพึ่งนานอนหลับกันมากขึ้น โดยที่ไม่ได้รู้จักชนิดยา และวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้ายานอนหลับนี่กันเลยดีกว่า 

  ยานอนหลับ คือ ยาที่ออกฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน และมักช่วยบรรเทาอาการตึงเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม บางท่านที่ไม่มีปัญหานอนไม่หลับ แต่กลับได้รับยานอนหลับมากิน ในขณะที่บางท่านอาจจะรู้สึกเครียด หรือวิตกกังวล ซึ่งยานอนหลับ ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี แต่ในทางการแพทย์ ยากลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังในการใช้เป็นพิเศษ ซึ่งจะต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยตนเองจากร้านขายยาทั่วไป ดังนั้น ในกรณีที่มีการจำหน่ายยากลุ่มนี้โดยไม่มีใบสั่งแพทย์ จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ปัจจุบันนี้การใช้ยานอนหลับ ในการรักษาอาการนอนไม่หลับ ได้รับความนิยมอย่างสูง และมียานอนหลับในท้องตลาดหลากหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งอาจทำให้หลายท่านเข้าใจว่า การใช้ยานอนหลับเป็นการรักษาอาการนอนไม่หลับ แต่ความจริงแล้วการใช้ยานอนหลับ ไม่ได้รักษาอาการนอนไม่หลับ เพียงแค่ทำให้อาการนอนไม่หลับของท่านทุเลาลงเท่านั้น

วิธีการใช้ยานอนหลับ 

  1. ต้องมีการปรึกษาแพทย์ถึงปัญหาและอาการนอนไม่หลับ หากแพทย์รู้อาการแน่ชัดแล้วจำเป็นต้องจ่ายยานอนหลับแพทย์จะแนะนำวิธีใช้อย่างเหมาะสมที่สุด
  2. เมื่อได้รับยาจากแพทย์แล้วควรมีการอ่านรายละเอียดต่างๆ ให้เหมาะสม เช่น กินกี่เม็ด, มีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่ ฯลฯ เพื่อให้ตนเองกินได้อย่างถูกต้องตามเหมาะสม
  3. ควรกินตอนเฉพาะที่กำลังจะนอนเท่านั้น อีกทั้งการกินยานอนหลับก่อนนอนจะช่วยให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ด้วยเมื่อยาออกฤทธิ์
  4. เมื่อกินยานอนหลับเข้าไปแล้วรู้สึกมีอาการข้างเคียง เช่น วิงเวียน, ง่วงนอนตลอดวัน หรือผลข้างเคียงอื่นๆ ให้รีบไปปรึกษาแพทย์ที่ให้ยาทันที
  5. เนื่องจากสารทั้งสองตัวมีฤทธิ์กล่อมประสาทอีกทั้งแอลกอฮอล์ยังช่วยให้ฤทธิ์ยาเพิ่มมากกว่าเดิม เสี่ยงต่ออันตรายมากหากกินยาแล้วดื่มแอลกอฮอล์.

การใช้ยานอนหลับอย่างไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการซื้อยามากินเอง ทำให้เกิดอันตรายมากกว่าที่คิด เช่น การใช้ยานอนหลับบางชนิด ที่ออกฤทธิ์เป็นระยะเวลานาน หรือในผู้สูงอายุที่ร่างกายมีความสามารถในการกำจัดยาลดลง อาจทำให้ยังมียาสะสมอยู่ในร่างกายเมื่อตื่นนอนแล้ว บางคนจึงยังรู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลีย หรือมึนงง ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ในคนที่ต้องขับรถ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร เนื่องจากอาการง่วงซึมแม้เพียงเล็กน้อย ก็มีผลต่อการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่ต้องการความรวดเร็ว ทำให้เชื่องช้าลงได้ หรือในผู้สูงอายุอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มได้

Explore More